คือกินเสร็จห้ามี
1. น้ำมันก๊าด
ไม่บอกก็รู้ว่า น้ำมันก๊าด มีกลิ่นรุนแรงขนาดไหน เพราะแม้แต่คนที่สูดดมเข้าไปมาก ๆ ก็ยังแอบเวียนหัวอยู่เหมือนกัน นับประสาอะไรกับหนูตัวเล็ก ๆ เมื่อเจอเข้ากับกลิ่นของน้ำมันก๊าด รับรองว่าเจ้าหนูทั้งหลายจะเข็ดขยาดจนไม่อยากอยู่ในบ้านหลังเดิมอีกต่อไปเลยล่ะ วิธีการก็แค่เทน้ำมันก๊าดใส่ถ้วยเล็ก ๆ ไปวางไว้ตามจุดที่คาดว่าหนูอาศัยอยู่เท่านั้นค่ะ หรือจะวางไว้กับแหล่งอาหารของหนูก็ได้ แต่ควรระวังอย่าใช้ในบ้านที่มีเด็ก และต้องหมั่นเปิดหน้าต่าง ประตู เพื่อระบายกลิ่นบ้างนะคะ และสามารถเปลี่ยนเป็นน้ำมันสน หรือน้ำมันกลิ่นฉุนอื่น ๆ ก็ได้
2. ลูกเหม็น
กลิ่นของลูกเหม็นแม้จะไม่รุนแรงเท่าน้ำมันก๊าด แต่ก็เป็นกลิ่นที่ไม่รัญจวนใจนัก หนูทั้งหลายจึงไม่ค่อยสบอารมณ์กับกลิ่นของลูกเหม็นสักเท่าไหร่ หากนำลูกเหม็นไปวางไว้ในจุดที่คิดว่าหนูจะวนเวียนอยู่ เช่น ใกล้ถังขยะ ฝ้าเพดาน หรือมุมอับภายในครัว เท่านี้หนูก็จะเบื่อหน่ายกับกลิ่นจนอยากย้ายบ้านหนีไปเลย
3. เปิดไฟให้สว่าง
เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายแสนง่าย เพราะแสงไฟจะทำให้หนูแสบตา และไม่กล้าออกมาแสดงตัวมากนัก ซึ่งเมื่อไฟยังสว่างอยู่หนูก็จะกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะออกมาคุ้ยหาอาหาร หรือแทะข้าวของต่าง ๆ ให้พังเสียหาย ซึ่งผลที่ตามมาอาจจะต้องแลกด้วยค่าไฟที่เพิ่มขึ้นจนน่าใจหายอยู่เหมือนกัน
4. ประทัด
นอกจากกลิ่นเหม็นแล้ว หนูก็ยังเป็นสัตว์ที่ขี้ตกใจพอสมควร ดังนั้นหากอยากไล่หนูให้แตกกระเจิง ลองซื้อประทัดมาจุดใกล้ ๆ รังหนู เพื่อให้ครอบครัวหนูตกใจกับเสียงประทัดจนต้องอพยพกันออกไป แต่การจุดประทัดก็ต้องใช้ความระมัดระวัง ทั้งตัวผู้จุดเองและอย่าไปโยนใส่ตัวหนูโดยตรง ไม่อย่างนั้นคงเป็นภาพที่สยองขวัญน่าดู
5. กรงดักหนู
วิธีง่าย ๆ ที่นิยมใช้กันมานาน เพียงแค่ซื้อกรงดักหนู แล้วนำอาหารหรือเหยื่อล่อหนูใส่เข้าไป จากนั้นเมื่อหนูวิ่งเข้าไปในกรงแล้ว กรงก็จะปิดลง เราก็แค่นำหนูในกรงไปปล่อยไว้ให้ไกลบ้านมากที่สุด และต้องไกลจากบ้านคนอื่นด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นจะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้เพื่อนบ้านแทน
ซึ่งเทคนิคในการวางกรงดักหนูก็คือ ให้วางมากกว่า 1 กรง และวางให้หันหลังชนกัน หนูจะได้เข้ามาติดกับได้ทั้งสองทาง อีกทั้งถ้ายิ่งวางติดกำแพงได้ก็ยิ่งดี เนื่องจากหนูมักวิ่งลัดเลาะแถว ๆ ริมกำแพงมากที่สุด และที่สำคัญเมื่อใช้กรงเสร็จแล้วให้ล้างจนสะอาดทุกครั้ง เพราะกลิ่นของหนูตัวเดิมจะทำให้หนูตัวใหม่ไม่เข้าใกล้กรงจ้า
วิธีไล่หนู วิธีกำจัดหนู แบบไม่ต้องฆ่า
6. เม็ดไล่หนู
เม็ดไล่หนูก็ใช้หลักการเดียวกันกับการวางลูกเหม็น แต่แตกต่างกันตรงที่เม็ดไล่หนูจะมีลักษณะเป็นเม็ดสีดำ กลิ่นฉุน เมื่อนำไปวางไว้ใกล้จุดที่คาดว่าหนูจะออกมาปรากฏตัว จะทำให้หนูทนกลิ่นไม่ไหวและหนีหายไปในที่สุด ซึ่งเม็ดไล่หนูสามารถหาซื้อได้ที่ร้านทุกอย่าง 60 บาท แต่ข้อเสียก็คือกลิ่นฉุนอาจทำให้ผู้ใช้มึนได้เหมือนกันนะคะ
7. สมุนไพรไล่หนู
ปัจจุบันมีสมุนไพรไล่หนูขายกันอยู่ทั่วไป สามารถหาซื้อได้ง่ายในซูเปอร์มาร์เก็ต โดยน้ำยาไล่หนูเหล่านั้น ถูกสกัดขึ้นจากสมุนไพรไทย ๆ อย่าง กะเพรา, สะระแหน่ หรือใบมะกรูด เป็นต้น ซึ่งข้อดีคือไม่มีพิษร้ายแรง และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ แต่ข้อเสียคือมักมีอายุการใช้งานที่สั้น กลิ่นจางไว ทำให้ต้องใช้ในปริมาณมาก
8. ต้นยี่โถ
กลิ่นของต้นยี่โถทำให้หนูไม่ค่อยชอบใจนัก ดังนั้นหากปลูกต้นยี่โถติดสวนเอาไว้สักต้นสองต้น แล้วตัดเอากิ่งยี่โถ ไปวางไว้ในบริเวณที่หนูชุกชุม หนูซึ่งมีจมูกไวก็จะได้กลิ่นรุนแรงจนทนไม่ไหว และอพยพย้ายถิ่นฐานกันไปในที่สุด แต่ข้อสำคัญคือต้องหมั่นเปลี่ยนกิ่งใหม่บ่อย ๆ เพราะเมื่อกิ่งยี่โถแห้งเหี่ยว กลิ่นก็จะจางลงค่ะ
9. เลี้ยงแมว
เป็นวิธีง่าย ๆ ที่หลายบ้านนิยมทำกันมานาน ยิ่งโดยเฉพาะในปัจจุบันที่เทรนด์เลี้ยงแมวกำลังมาแรง ถ้าคุณเป็นครักสัตว์ แค่เลี้ยงแมวติดบ้านเอาไว้สักตัว แมวก็จะกำจัดโจทก์เก่าอย่างหนูให้หมดไปอย่างรวดเร็ว เพราะแค่หนูมองเห็นและได้กลิ่นแมวที่เลี้ยงไว้ ก็คงเตรียมเก็บข้าวเก็บของเผ่นออกจากบ้านแล้วล่ะจ้า
10. ทรายแมว
หากบ้านไหนไม่อยากเลี้ยงแมวให้วุ่นวาย ทางแก้อีกวิธีก็คือลองหาทรายแมว ที่แมวฉี่ใส่เอาไว้แล้ว โดยอาจขอจากเพื่อนบ้านที่เลี้ยงแมวก็ได้ แล้วนำทรายแมวใส่ถุงผ้า ไปวางไว้ใต้เพดาน หรือบริเวณที่หนูเพ่นพ่าน หนูจะหลอนกับกลิ่นฉุนจากฉี่ของโจทก์เก่า จนไม่อยากย่างกรายผ่านมาอีกเลย แต่ทางที่ดีเลือกวางเฉพาะจุดดีกว่านะคะ ไม่อย่างนั้นคุณคงจะฉุนจนมึนตามหนูไปแน่ ๆ
11. ปิดทางเข้า
ลองสำรวจรอบ ๆ บ้านดูสักหน่อย ว่ามีจุดไหนบ้างที่หนูสามารถเล็ดลอดเข้ามาได้ เช่น ซอกเล็กซอกน้อยบนหลังคา, รอยแยกบริเวณฝ้าเพดาน, รูกำแพง, ประตู-หน้าต่างห้องครัว หรือท่อน้ำ เป็นต้น แล้วจัดการปิดรอยรั่วเหล่านั้นให้หมดสิ้น อย่างน้อยก็เป็นการป้องกันไม่ให้หนูสามารถเล็ดลอดเข้ามาได้ง่าย ๆ
12. กำจัดแหล่งอาหาร
การจัดการบ้านให้สะอาดหมดจด ไม่มีเศษอาหารตกค้าง จะเป็นการดีที่ทำให้หนูมองข้ามบ้านของคุณไปได้ง่าย ๆ เนื่องจากแหล่งอาหารของหนูถูกกำจัดจนหมดสิ้น ขืนอาศัยอยู่ในบ้านคุณต่อไปก็คงอดตายกันทั้งครอบครัวแน่ ๆ จากนั้นลองจัดบ้านให้โล่งและไม่มีมุมอับ จะได้หมดที่ซ่อนตัวของครอบครัวหนูด้วยจ้า
ที่มา Kapook.com
สาระน่ารู้ บทความน่าอ่าน อาหารสมอง วิธีการทำสิ่งต่างๆ ทำอย่างไร คืออย่างไร ทำยังไง
วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2558
วิธีแก้ บ่อพักน้ำเสียมีกลิ่นเหม็น
วิธีแก้ บ่อพักน้ำเสียมีกลิ่นเหม็น
ให้เอาน้ำมันก๊าดนะครับ ซักขวดนึงเทลงไปในบ่อพักน้ำ ทิ้งไว้ซักวันสองวันหลังจากนั้นให้เอา EM น้ำจุลินทรีย์ชีวภาพนี่แหละครับเติมลงไป รับรองครับอยู่หมัด
วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
วิธีดูแว่นตา Ray Ban ของแท้กับของปลอม แตกต่างกันอย่างไร
วิธีดูแว่นตา Ray Ban ของแท้กับของปลอม แตกต่างกันอย่างไร
1. การดูสกรีนสีขาวนั้น ทำได้ยากเพราะสินค้าปลอมก็สามารถทำให้เหมือนมาก แต่ก็สามารถไว้เป็นส่วนประกอบโดยการดูลักษณะ ว่ามีลักษณะที่ถูกต้องหรือไม่ จากขนาด ลักษณะ Font ความคมของสีสกรีน เป็นต้น
2. การดูจากสัญลักษณ์ RB ที่มุมเลนส์ เนื่องจากสัญลักษณ์ RB นั้นมีหลายแบบ ซึ่งมีดังนี้
2.1 กรีดเนื้อเลนส์ด้านหน้า ซึ่งจะมีจำแนกออกเป็นแบบ หนา บาง และบางมาก(ซึ่งแบบบางมากเป็นแบบล่าสุด จะมองเกือบไม่เห็น)
2.2 กรีดเนื้อเลนส์ด้านใน ซึ่งจะมีจำแนกออกเป็นแบบ บาง และบางมาก แต่มีลักษณะกลับด้านโดยถ้ามองจากด้านนอกก็จะมอง เป็น RB แต่ประเดนสำคัญ : คือทุกแบบ ต้องมีลักษณะกรีดลงไปในเนื้อเลนส์ โดยไม่สามารถขูดออกได้หรือ ถ้าสองดูแล้วเอานิ้วลูบ ก็จะสะดุดนิ้วได้ แต่สินค้าปลอมก็มีลักษณะการปลอมการกรีดในเนื้อเลนส์ได้เหมือนกัน แต่ลักษณะ ขนาด และความคมชัดอาจไม่เหมือนกัน ถ้าต้องการจำแนกด้วยวิธีนี้ผู้ที่ศึกษาต้องรู้จักชนิดของสัญลักษณ์เป็นอย่างดี
3. การดูจากสัญลักษณ์ RB ที่หมอนรองจมูก ซึ่งแต่ละรุ่นนั้นก็มีลักษณะต่างกัน โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบได้โดยดูจาก ลักษณะของ Font, ขนาด และรูปแบบ
4. การดูจากส่วนประกอบต่างๆ เช่น ข้อต่อต่างๆ โดยต้องมีลักษณะตรงตามรุ่นเป็นขนาดเดียวกัน แบบ รุ่น RB2140 ข้อต่อเป็นบานพับซึ่งช่วงข้อต่อ ต้องแนบกับตัวเฟรม หรือ โลโก้ Ray Ban
ด้านนอก นั้นต้องมีลักษณะไม่อ้วน ไม่เรียวเล็กจนเกินไป และตำแหน่งติดตั้งนั้น จะต้องอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ไม่เอียง จนเกินไป ถ้าเป็นรุ่น RB3025 ช่วงข้อต่อขาแว่นหรือบานพับนั้นต้องมีขนาดเท่ากัน ไม่ใหญ่หรือยาวไป เป็นต้น
5. การดูจาก สถานที่ผลิตนั้น โดยสินค้าแท้นั้นตอนนี้จะมีงานผลิต 2 ที่ คือ Italy, China หรือ Japan (สำหรับรุ่น Limited)โดยลูกค้าบางท่านยังคงมีความเข้าใจว่าสินค้าแท้ของ RayBan นั้นต้องเป็น Hand made Italy หรือ Made in Italy นั้นช่วยปรับความคิดใหม่นะครับ เนื่องจากปัจจุบัน มีการเพิ่มฐานผลิตเป็น Made in China หรือเป็น T Made in China เป็นต้น แต่รุ่นที่เป็น แบบ Hand made Italy นั้นยังคงผลิต ที่ Italy เท่านั้น ซึ่งถ้าลูกค้าคิดว่ามันไม่จริงผมมีวิธี ตรวจสอบง่ายๆ คือ สินค้าที่เป็นแว่นสายตานั้น 90% เป็น Made in China โดยท่านสามารถเดิน เข้าไปดูได้ตามห้างหรือ Shop ต่างๆ ได้เลย ซึ่งนั้นก็หมายความว่าเรย์แบน ก็มีฐานผลิตที่ China หรือศึกษา และสอบถามไปยัง www.rayban.com ได้เลย เพราะถ้าลูกค้าเข้าไปสอบถามไปยังตาม Shop เมืองไทย นั้นก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ถูกต้องเนื่องมาจาก Shop เมืองไทย ยังคงเป็นสินค้า Stock เก่า โดยยังไม่รู้จักหรือทราบว่ามีเป็น China เหมือนกันจนกว่าทางตัวแทนผู้นำเข้าจะนำสินค้าล๊อตใหม่เข้ามา
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Luxottica Group ผู้ผลิตและจำหน่ายแว่น Ray-Ban
http://www.luxottica.com/en/activities/production/
ข้อมูลเพิ่มเติ่มอื่นๆ
1.เมื่อซื้อแว่น Ray Ban แล้วแพ๊คเกจจะประกอบด้วยอะไรบ้าง
กล่องกระดาษสีเทา พร้อม Barcode, QR code ข้างกล่องต้องไม่มีสัญลักษณ์ Recycle หากมีแสดงว่าเป็นของปลอม แสดงตัวอย่างกล่องของแท้ ดังรูปด้านล่าง
กล่องหนังสำหรับใส่แว่น จะต้องเป็นแบบ Soft case กระดุมเป็นโลหะ บนกระดุมมีสัญลักษณ์ RayBan และด้านในจะไม่มีรอยเย็บ เท่านั้น มีหลายแบบ ที่พบมากจะเป็นเคสสีดำ (มีตรา RayBan สีทองสะท้อนแสงบริเวณมุมด้านซ้าย),เคสสีน้ำตาล(มีตรา RayBan สีดำบริเวณมุมด้านซ้าย) รูปส่วนบน case ของแท้, ส่วนล่าง case ของปลอม

ผ้าเช็ดเลนส์ ต้องมีสีเทาตามรูป
คู่มือการใช้งาน สีดำตามรูป
รุ่นพิเศษเช่น 3025 จะมี note เล่มเล็ก THE ICONS แนบไปด้วย
2140 Original Wayfarer จะมี note เล่มเล็ก COLORIZE แนบไปด้วย
2. การ กันรังสี UV ของเลนส์ Ray-Ban แท้ ต้องกัน UV ได้ 100% (400nm) สามารถทดสอบได้โดยเครื่องเช็ครังสี UV ของ Hoya ตามรูป
Ray-Ban ของแท้ดูยังไง ตอนที่ 1
Fake Ray-Ban = No UV-Ban คือมันไม่กันรังสีเลย อันตรายมาก
ให้สังเกตที่แถบสี ในรูป มันไม่ลดลงเลย หมายความว่า มันไม่กัน UV เลย
อันตรายยังไง คือเวลาเราใส่แว่นกรองแสง ม่านตาจะขยายเพื่อรับแสง
แล้วถ้าม่านตาขยาย แต่เลนส์ไม่กันรังสียูวี เราก็รับรังสียูวีเต็มๆ
Ray-Ban แท้ต้องกัน UV ได้ 100% Ray-Ban = UV-Ban
ให้สังเกตที่แถบสีในรูป มันตัดออกไม่เหลือเลย หมายความว่า มันกัน UV 100%
3. Ray-Ban ของแท้ผลิตที่ไหนบ้าง
ถ้าเป็นของเก่า แท้ๆ ต้อง made in usa By B&L (10 ปีที่แล้ว)
ของใหม่แท้ๆ made in italy By Luxottica โดย Luxottica ซื้อมาจาก B&L
เมื่อ 28 เมษายน 1999 โดยให้บริษัท ดีทแฮล์ม เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย
ปัจจุบัน Oakley ก็ถูกซื้อโดย Luxottica แล้ว ทำให้ราคา Ray-Ban ในตอนนี้แพงขึ้นมาก
http://www.luxottica.com/english/profilo_aziendale/index_portafogliomarchi.html
รุ่น พิเศษ Japan Model จะผลิตในญี่ปุ่น และเป็นกรอบพลาสติกเท่านั้น ผลิต
ขาย เฉพาะในเอเชีย โดยออกแบบแป้นจมูกให้สูงขึ้น เหมาะกับดั้งคนเอเชีย
รุ่น นี้จะไม่มีคู่มือมาให้ และไม่สกรีนที่ขาแว่นว่า made in อะไร
New Model ในบางรุ่นที่เป็นรุ่นใหม่นั้นจะมีการผลิตที่ประเทศจีนโดยมีการย้ายฐานการผลิตเนื่องจากต้องการลดต้นทุนการผลิต แต่ยังคงมีการ QC จากประเทศอิตาลี ซึ่งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำก็มีการเปลี่ยนสถานที่ผลิตมาที่ประเทศจีนเช่นกัน
Video แสดงการเปรียบเทียบระหว่าง Ray Ban RB2140 Original Wayfarer
ของแท้ กับของปลอม
ตัวอย่างรูปเปรียบเทียบ Ray Ban Original Wayfarer
ของแท้ (ส่วนบนของรูป) กับ ของปลอม (ส่วนล่างของรูป)
สติ๊กเกอร์ Ray Ban ของแท้จะจัดวางรูปแบบอยู่ตรงกลาง
ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งและเป็นสี่ทองสะท้อนแสง ซึงต่างจากของปลอมที่ซีด ไม่สะท้องแสง
รุ่น Original Wayfarer เม็ดวงรีตรงเฟรมจะมีลักษณะเรียวยาวเหมือนเมล็ดข้าว
ส่วนของปลอมจะเป็นเม็ดอ้วนๆ ป้อมๆ และ Font โลโก้ RayBan จะคมชัดได้สัดส่วนหากสังเกตดีๆ
ตัวยึดขาแว่นของแท้จะเป็นสแตนเลส แต่ของปลอมจะเป็นพลาสติก
โลโก้ของ Ray Ban บริเวณขาแว่นด้านนอก ของแท้Font จะคมได้สัดส่วน (รูปบน)
ของปลอม Font จะอ้วนกว่า และไม่คม (รูปล่าง) อาจจะดูยากสัดนิด
สกรีนสีขาวบริเวณขาแว่นด้านในจะมีขนาด และความละเอียดแตกต่างกัน
หัวข้อนี้เราจะมาดูรายละเอียดของ Ray Ban รุ่น Aviator RB3025
ซึ่งเป็นรุ่นยอดฮิตกันครับ
Code ต่างๆที่ปรากฏบนตัวแว่น บอกอะไรเราบ้าง
รุ่น RB3025 L0205
58/14 135 คือ เลนส์กว้าง 58 มิลลิเมตร, ช่วงจมูก 14 มิลลิเมตร, ขาแว่นยาว 135 มิลลิเมตร
*3N อันนี้สำคัญมาก มันเป็นตัวเลขที่บอกว่าเป็นเลนส์อะไร เข้มเท่าไหร่
จากนั้นเราจะมาดูที่ตัวแว่นว่า ตรงกันมั้ย
ใต้คานของกรอบโลหะ จะสลัก RAY-BAN 58-14 ซึ่งจะเป็นขนาดของเลนส์
และช่วงจมูก ซึ่งจะตรงกับ Code
ขาแว่นด้านขวา จะสกรีน Ray-Ban MADE IN ITALY
ขาแว่นด้านซ้าย จะมี รุ่น ชื่อรุ่น ขนาด และตัว เลขที่บอกความเข้มและชนิดเลนส์
ในที่นี้คือ 3N ซึ่งเป็นเลนส์ธรรมดา เข้มระดับ 3 (ถ้าไม่มีตัวเลขนี้ ปลอมแน่ๆ )
จากนั้นให้เราเปิดคู่มือดูตาราง TAB 1. FILTER CATEGORIES:
0 ยอมให้แสงผ่าน 80-100% เหมาะกับสภาพแสงในร่ม ในอาคาร สลัวๆ
1 ยอมให้แสงผ่าน 43-80% เหมาะกับสภาพแสงน้อย แดดไม่แรงมาก
2 ยอมให้แสงผ่าน 18-43% เหมาะกับสภาพแสงทั่วไป กลางแจ้งแดดแรง
3 ยอมให้แสงผ่าน 8-18% เหมาะกับแสงแดดแรงมากๆ กลางแจ้ง
4 ยอมให้แสงผ่าน 3-8% เหมาะกับสภาพแสงรุนแรงเช่น ล่องเรือในทะเล บนภูเขาที่มีหิมะ
หมายเหตุ : 0-3 ใส่ขับรถได้ ยกเว้นในเวลากลางคืนหรือเวลาแสงน้อย
4 ไม่แนะนำให้ใส่เวลาขับรถ เพราะมันมืดเกินไป
N = Normal เลนส์ธรรมดา
P = เลนส์ Polarized
F = Photochromatic เลนส์ปรับแสงอัตโนมัติ
*3N ในที่นี้ก็คือ เลนส์ Normal เข้มระดับ 3
สัญลักษณ์ RB ในเลนส์
จะบอกว่าดูไปก็เท่านั้น เพราะของปลอมมันก็มี มีทั้ง BL และ RB ดังนั้นสัญลักษณ์อันนี้
ไม่สามารถยืนยันได้ว่า เป็นเลนส์ Ray-Ban แท้ ถ้าจะให้ชัวร์ต้องนำไปเข้าเครื่องเช็ค UV ด้วย
ถ้า มี RB แล้ว เช็ค UV ผ่าน ก็มั่นใจได้ในระดับนึงว่า เลนส์แท้ (เพราะของปลอมมันไม่ผ่าน)
อีกข้อนึงคือเลนส์แท้มัน Distrotion free ใส่แล้วไม่งง ไม่อ้วก ลดความเมื่อยล้าของตา
ตัวอย่าง Ray Ban Aviator RB3025 ของปลอม

Video เปรียบเทียบ Ray Ban Aviator RB3025 ของแท้ กับ ของปลอม
Video แสดงการได้รับสินค้า Ray Ban ของปลอม
เนื้อหาของบทความ Credited to คุณ Jakky
วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
วิธีเด็ดชะอมยังไง ไม่ให้หนามตำมือ
วิธีเด็ดชะอมยังไง ไม่ให้หนามตำมือ
ชะอมหนามมันทิ่มไปทางโคนกิ่ง ถ้ารูดจากโคนกิ่งมาปลายกิ่งหนามจะตำ ให้รูดจากปลายไปทางโคนแทน รูดเสร็จค่อยเด็ดส่วนปลาย
เด็ดยอดอ่อนเสร็จจับก้านแล้วรูดลงค่ะ จะได้ใบชะอมง่ายๆเร็วๆ ไม่โดนหนามตำตอนรูดแน่นอน แต่มีตำบ้างตอนจับ อิอิ

ชะอม เป็นพืชจำพวกอาเคเซีย นิยมรับประทานในทุกภาคของไทย เป็นพืชยื่นต้น ใช้ใบแก่และอ่อน เป็นสมุนไพร ของไทย ลำต้นของชะอมมีหนาม ใบมีขนาดเล็กและมีกลิ่นฉุน ใบอ่อนของชะอมหรือส่วนยอดของใบสามารถนำมารับประทานได้ มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปแต่ละภาค โดยมากมักปลูกตามรั้วบ้านเนื่องจากมีหนามแล้วยังเป็นผักที่ทานได้ตลาดทั้งปี พืชอีกชนิดหนึ่งที่พบในประเทศ ซึ่งเป็นคนละสปีชีส์ย่อยกับชะอมคือผักคา
การปลูก
ปลูกโดย การปักชำ เพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง หรือการโน้มกิ่งลงดิน โดยไม่ได้ต่อตาหรือชำกิ่ง ส่วนมากใช้การเพาะเมล็ด เนื่องจากได้ต้นที่แข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศและยังมีหนามมากกว่าการปลูกด้วยวิธีปลูกแบบอื่น
รูปแบบการเพาะนำเมล็ดใส่ถุงพลาสติก รดน้ำวันละครั้ง เมื่อเมล็ดงอกทำการย้ายลงดิน ปลูกห่างกันประมาณ 1 เมตร บำรุงต้นด้วย ปุ๋ยสดหรือมูลสัตว์ การเก็บยอดควรเหลือยอดไว้ 3-4 ยอด เพื่อให้ต้นได้โต ควรปลูกในฤดูร้อนช่วยรดน้ำเจริญดีกว่าปลูกในฤดูฝนหากปลูกในฤดูฝนชะอม มีโอากาศเมล็ดเน่าได้มาก ชะอมไม่ค่อยมีโรคและแมลงมารบกวนหากพบโรคป้องกันโดยใช้ ปูนขาวโรยรอบโคนต้นหรือจุ่มท่อนพันธุ์ในน้ำปูนขาวก่อนปลูก ส่วนแมลงมีหนอนกินยอดชะอม ใช้ยาฆ่าแมลงฉีดทุก ๆ 8 วัน ควรเก็บยอดชะอมหลังฉีดยาแล้วไม่น้อยกว่า 7 วันสามารถเก็บเกี่ยวจากต้นที่ปลูกกิ่งตอนได้ประมาณ 10 -15 วัน ตัดยอดขายได้ ทุก ๆ 2 วัน ควรบำรุงและดูแลต้นอย่างสม่ำเสมอ
การรับประทาน
ไข่เจียวชะอม
นำยอดชะอมมาต้มหรือลวก รับประทานร่วมกับน้ำพริก
ใส่ลงพร้อมใข่เจียว
สรรพคุณทางยา
ราก แก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ่อ ขับลมในลำไส้
แก้ลิ้นอักเสบเป็นผื่นแดง
ข้อมูลจากท pantip,wikipedia
เด็ดยอดอ่อนเสร็จจับก้านแล้วรูดลงค่ะ จะได้ใบชะอมง่ายๆเร็วๆ ไม่โดนหนามตำตอนรูดแน่นอน แต่มีตำบ้างตอนจับ อิอิ

ชะอม เป็นพืชจำพวกอาเคเซีย นิยมรับประทานในทุกภาคของไทย เป็นพืชยื่นต้น ใช้ใบแก่และอ่อน เป็นสมุนไพร ของไทย ลำต้นของชะอมมีหนาม ใบมีขนาดเล็กและมีกลิ่นฉุน ใบอ่อนของชะอมหรือส่วนยอดของใบสามารถนำมารับประทานได้ มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปแต่ละภาค โดยมากมักปลูกตามรั้วบ้านเนื่องจากมีหนามแล้วยังเป็นผักที่ทานได้ตลาดทั้งปี พืชอีกชนิดหนึ่งที่พบในประเทศ ซึ่งเป็นคนละสปีชีส์ย่อยกับชะอมคือผักคา
การปลูก
ปลูกโดย การปักชำ เพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง หรือการโน้มกิ่งลงดิน โดยไม่ได้ต่อตาหรือชำกิ่ง ส่วนมากใช้การเพาะเมล็ด เนื่องจากได้ต้นที่แข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศและยังมีหนามมากกว่าการปลูกด้วยวิธีปลูกแบบอื่น
รูปแบบการเพาะนำเมล็ดใส่ถุงพลาสติก รดน้ำวันละครั้ง เมื่อเมล็ดงอกทำการย้ายลงดิน ปลูกห่างกันประมาณ 1 เมตร บำรุงต้นด้วย ปุ๋ยสดหรือมูลสัตว์ การเก็บยอดควรเหลือยอดไว้ 3-4 ยอด เพื่อให้ต้นได้โต ควรปลูกในฤดูร้อนช่วยรดน้ำเจริญดีกว่าปลูกในฤดูฝนหากปลูกในฤดูฝนชะอม มีโอากาศเมล็ดเน่าได้มาก ชะอมไม่ค่อยมีโรคและแมลงมารบกวนหากพบโรคป้องกันโดยใช้ ปูนขาวโรยรอบโคนต้นหรือจุ่มท่อนพันธุ์ในน้ำปูนขาวก่อนปลูก ส่วนแมลงมีหนอนกินยอดชะอม ใช้ยาฆ่าแมลงฉีดทุก ๆ 8 วัน ควรเก็บยอดชะอมหลังฉีดยาแล้วไม่น้อยกว่า 7 วันสามารถเก็บเกี่ยวจากต้นที่ปลูกกิ่งตอนได้ประมาณ 10 -15 วัน ตัดยอดขายได้ ทุก ๆ 2 วัน ควรบำรุงและดูแลต้นอย่างสม่ำเสมอ
การรับประทาน
ไข่เจียวชะอม
นำยอดชะอมมาต้มหรือลวก รับประทานร่วมกับน้ำพริก
ใส่ลงพร้อมใข่เจียว
สรรพคุณทางยา
ราก แก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ่อ ขับลมในลำไส้
แก้ลิ้นอักเสบเป็นผื่นแดง
ข้อมูลจากท pantip,wikipedia
รวมวิธีแก้ อาการนอนหลับยาก ใครที่นอนไม่หลับ อ่านด่วน !
รวมวิธีแก้ อาการนอนหลับยาก ใครที่นอนไม่หลับ อ่านด่วน !
1. ควรเข้านอน และตื่นนอนให้ตรงเวลาเป็นประจำ ทั้งวันทำงานปกติ และวันหยุด เพื่อให้นาฬิกาชีวิต (Biological clock) ทำงานอยู่ตลอดเวลา
2. รับแสงแดดให้เพียงพอในตอนเช้า อย่างน้อย 30 นาทีทุกวัน เนื่องจากแสงแดดเป็นตัวกระตุ้นการควบคุมนาฬิกาชีวิตที่สำคัญ และการที่ตาได้รับแสงแดดธรรมชาติที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน จะช่วยกระตุ้นจังหวะการหลับ การตื่น (Sleep cycle) ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
3. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน หรือสารที่ออกฤทธิ์คล้ายคาเฟอีน ที่มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท เช่น โกโก้ ช็อกโกแลต น้ำอัดลม หรือยาแก้ปวดบางชนิด หลังอาหารมื้อเที่ยง
4. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ ก่อนการนอนหลับ 3 ชั่วโมง
5. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหนักก่อนนอนหลับอย่างน้อย 2 ชั่วโมง แต่การกินอาหารเล็กน้อย เช่น นม หรือขนมขบเคี้ยวก่อนนอน จะช่วยทำให้การนอนหลับสบายขึ้น แต่ควรไม่ควรกินมากเกินไป
6. ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสามี หรือภรรยาที่สูบบุหรี่ ควรหลีกเลี่ยงบุหรี่ก่อนนอนหลับ 2 ชั่วโมง
7. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายก่อนนอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
8. หลีกเลี่ยงการงีบหลับตอนกลางวัน
9. ควรเตรียมพร้อมเพื่อช่วยให้การนอนหลับง่ายขึ้นด้วยกิจกรรมง่ายๆ แบบผ่อนคลาย และพยายามหลีกเลี่ยงงานที่ต้องใช้สมาธิ โต้เถียง คุยโทรศัพท์ หรือดูโทรทัศน์/ภาพยนตร์ที่ตื่นเต้นสยองขวัญ
10. ห้องนอนควรเงียบสงบ สบาย และมีอุณหภูมิที่พอเหมาะ ไม่มีเสียง หรือแสงรบกวนขณะหลับ อย่างไรก็ดี ที่นอนที่สบาย ควรมีผ้าห่ม หมอนข้าง และม่านกันแสงแดด เพื่อช่วยให้การนอนหลับง่ายขึ้น แต่ถ้าหากในห้องมีเสียงรบกวนอยู่ตลอดเวลาจากภายนอก อาจใช้เสียงเพลงเบาๆ หรือเสียงที่ทำให้เกิดการผ่อนคลาย เปิดคลอไปตลอดคืน หรืออาจจำเป็นต้องใช้จุกหูฟังปิดหูเพื่อป้องกันเสียงรบกวนดังกล่าวก็ได้
11. ควรใช้ห้องนอนเพื่อการนอน หรือกิจกรรมทางเพศเท่านั้น หรืออาจมีกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการนอนหลับ เช่น เปลี่ยนชุดนอน อาบน้ำ แปรงฟัน ส่วนกิจกรรมอื่นๆ เช่น ดูโทรทัศน์ หรือทำงาน ไม่ควรใช้ในห้องนอน เพราะอาจทำให้เกิดอาการพะวง หรือกังวลจนนอนไม่หลับได้
12. หากนอนไม่หลับภายใน 10 นาที ไม่ควรกังวล หรือมองนาฬิกา แต่ควรลุกจากที่นอน เพื่อหากิจกรรมอื่นๆ ทำ เช่น ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ แล้วกลับมานอนใหม่อีกครั้ง เมื่อรู้สึกง่วงนอน
13. ฝึกจิตใจ และสมองให้เรียนรู้ว่า ห้องนอน คือสถานที่ที่ใช้พักผ่อนเท่านั้น ดังนั้นก่อนการนอนหลับ จิตใจ และสมอง ต้องได้รับการผ่อนคลาย โดยให้สัมพันธ์กับร่างกายที่ผ่อนคลาย ห้องนอนที่ผ่อนคลาย รวมไปถึงเตรียมกิจวัตรประจำวันให้พร้อมในการนอน เช่น อาบน้ำ แปรงฟัน จะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น และนอนหลับอย่างมีความสุขมากขึ้น
14. ควรควบคุม หรือจัดการกับความเครียดของตนเอง ให้เวลากับตนเอง เพื่อค้นหาสาเหตุของความเครียด โดยวิธีการจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้นนั้น อาจหาบทความ หรือคำแนะนำต่างๆ มาศึกษา เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางไว้ใช้ในการจัดการความเครียด ทั้งนี้มีอยู่หลายวิธี เช่น การฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ การทำสมาธิ เป็นต้น
ทั้งนี้ ยังมีอีกหนึ่งเทคนิคที่น่าสนใจ คือ การเผชิญหน้ากับความเครียดโดยตรง เช่น ให้เวลา 30 นาที ตอนเย็นอยู่กับตัวเองเพียงลำพัง ไม่มีสิ่งต่างๆ มาคอยรบกวน จากนั้นให้เขียนความเครียดหลักๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ลงในกระดาษ ขนาดเท่ากับรูปถ่าย 1 แผ่น ต่อหนึ่งความเครียด โดยเรียงลำดับความสำคัญ จากมากไปหาน้อย เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า พยายามตอบคำถามว่า ท่านจะจัดการความเครียดในแต่ละข้ออย่างไร อาจไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่เมื่อเวลาผ่านไป คำตอบจะชัดเจนขึ้น หรือความเครียดจะถูกลดความสำคัญลงไป
เทคนิค 14 ข้อดังกล่าวข้างต้นนี้ หากทำต่อเนื่องอย่างน้อย 4 สัปดาห์ จะช่วยทำให้สมาชิกบ้านไหนที่นอนไม่หลับ สามารถหลับได้อย่างสบาย ฝันหวานตลอดคืน อย่างไรก็ดี ลองนำไปปฏิบัติกันดูนะครับ จะได้หลับฝันดีกันถ้วนหน้า เพื่อที่จะตื่นรับเช้าที่สดใส มีพลังในการทำงานหาเลี้ยงครอบครัว และทำหน้าที่ของแต่ละคนกันต่อไป
..........................................................................................
ด้วยความปรารถนาดี....จาก...แฮปปี้..//..มีความสุข..นะครับ./
...........................................................
(ขอบคุณ...ภาพประกอบบนอินเตอร์เนต..)
1. ควรเข้านอน และตื่นนอนให้ตรงเวลาเป็นประจำ ทั้งวันทำงานปกติ และวันหยุด เพื่อให้นาฬิกาชีวิต (Biological clock) ทำงานอยู่ตลอดเวลา
2. รับแสงแดดให้เพียงพอในตอนเช้า อย่างน้อย 30 นาทีทุกวัน เนื่องจากแสงแดดเป็นตัวกระตุ้นการควบคุมนาฬิกาชีวิตที่สำคัญ และการที่ตาได้รับแสงแดดธรรมชาติที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน จะช่วยกระตุ้นจังหวะการหลับ การตื่น (Sleep cycle) ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
3. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน หรือสารที่ออกฤทธิ์คล้ายคาเฟอีน ที่มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท เช่น โกโก้ ช็อกโกแลต น้ำอัดลม หรือยาแก้ปวดบางชนิด หลังอาหารมื้อเที่ยง
4. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ ก่อนการนอนหลับ 3 ชั่วโมง
5. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหนักก่อนนอนหลับอย่างน้อย 2 ชั่วโมง แต่การกินอาหารเล็กน้อย เช่น นม หรือขนมขบเคี้ยวก่อนนอน จะช่วยทำให้การนอนหลับสบายขึ้น แต่ควรไม่ควรกินมากเกินไป
6. ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสามี หรือภรรยาที่สูบบุหรี่ ควรหลีกเลี่ยงบุหรี่ก่อนนอนหลับ 2 ชั่วโมง
7. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายก่อนนอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
8. หลีกเลี่ยงการงีบหลับตอนกลางวัน
9. ควรเตรียมพร้อมเพื่อช่วยให้การนอนหลับง่ายขึ้นด้วยกิจกรรมง่ายๆ แบบผ่อนคลาย และพยายามหลีกเลี่ยงงานที่ต้องใช้สมาธิ โต้เถียง คุยโทรศัพท์ หรือดูโทรทัศน์/ภาพยนตร์ที่ตื่นเต้นสยองขวัญ
10. ห้องนอนควรเงียบสงบ สบาย และมีอุณหภูมิที่พอเหมาะ ไม่มีเสียง หรือแสงรบกวนขณะหลับ อย่างไรก็ดี ที่นอนที่สบาย ควรมีผ้าห่ม หมอนข้าง และม่านกันแสงแดด เพื่อช่วยให้การนอนหลับง่ายขึ้น แต่ถ้าหากในห้องมีเสียงรบกวนอยู่ตลอดเวลาจากภายนอก อาจใช้เสียงเพลงเบาๆ หรือเสียงที่ทำให้เกิดการผ่อนคลาย เปิดคลอไปตลอดคืน หรืออาจจำเป็นต้องใช้จุกหูฟังปิดหูเพื่อป้องกันเสียงรบกวนดังกล่าวก็ได้
11. ควรใช้ห้องนอนเพื่อการนอน หรือกิจกรรมทางเพศเท่านั้น หรืออาจมีกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการนอนหลับ เช่น เปลี่ยนชุดนอน อาบน้ำ แปรงฟัน ส่วนกิจกรรมอื่นๆ เช่น ดูโทรทัศน์ หรือทำงาน ไม่ควรใช้ในห้องนอน เพราะอาจทำให้เกิดอาการพะวง หรือกังวลจนนอนไม่หลับได้
12. หากนอนไม่หลับภายใน 10 นาที ไม่ควรกังวล หรือมองนาฬิกา แต่ควรลุกจากที่นอน เพื่อหากิจกรรมอื่นๆ ทำ เช่น ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ แล้วกลับมานอนใหม่อีกครั้ง เมื่อรู้สึกง่วงนอน
13. ฝึกจิตใจ และสมองให้เรียนรู้ว่า ห้องนอน คือสถานที่ที่ใช้พักผ่อนเท่านั้น ดังนั้นก่อนการนอนหลับ จิตใจ และสมอง ต้องได้รับการผ่อนคลาย โดยให้สัมพันธ์กับร่างกายที่ผ่อนคลาย ห้องนอนที่ผ่อนคลาย รวมไปถึงเตรียมกิจวัตรประจำวันให้พร้อมในการนอน เช่น อาบน้ำ แปรงฟัน จะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น และนอนหลับอย่างมีความสุขมากขึ้น
14. ควรควบคุม หรือจัดการกับความเครียดของตนเอง ให้เวลากับตนเอง เพื่อค้นหาสาเหตุของความเครียด โดยวิธีการจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้นนั้น อาจหาบทความ หรือคำแนะนำต่างๆ มาศึกษา เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางไว้ใช้ในการจัดการความเครียด ทั้งนี้มีอยู่หลายวิธี เช่น การฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ การทำสมาธิ เป็นต้น
ทั้งนี้ ยังมีอีกหนึ่งเทคนิคที่น่าสนใจ คือ การเผชิญหน้ากับความเครียดโดยตรง เช่น ให้เวลา 30 นาที ตอนเย็นอยู่กับตัวเองเพียงลำพัง ไม่มีสิ่งต่างๆ มาคอยรบกวน จากนั้นให้เขียนความเครียดหลักๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ลงในกระดาษ ขนาดเท่ากับรูปถ่าย 1 แผ่น ต่อหนึ่งความเครียด โดยเรียงลำดับความสำคัญ จากมากไปหาน้อย เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า พยายามตอบคำถามว่า ท่านจะจัดการความเครียดในแต่ละข้ออย่างไร อาจไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่เมื่อเวลาผ่านไป คำตอบจะชัดเจนขึ้น หรือความเครียดจะถูกลดความสำคัญลงไป
เทคนิค 14 ข้อดังกล่าวข้างต้นนี้ หากทำต่อเนื่องอย่างน้อย 4 สัปดาห์ จะช่วยทำให้สมาชิกบ้านไหนที่นอนไม่หลับ สามารถหลับได้อย่างสบาย ฝันหวานตลอดคืน อย่างไรก็ดี ลองนำไปปฏิบัติกันดูนะครับ จะได้หลับฝันดีกันถ้วนหน้า เพื่อที่จะตื่นรับเช้าที่สดใส มีพลังในการทำงานหาเลี้ยงครอบครัว และทำหน้าที่ของแต่ละคนกันต่อไป
..........................................................................................
ด้วยความปรารถนาดี....จาก...แฮปปี้..//..มีความสุข..นะครับ./
...........................................................
(ขอบคุณ...ภาพประกอบบนอินเตอร์เนต..)
วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
เรื่องของ ''มะม่วง'' วิธีการเลือก ประโยชน์ และพลังงาน
วิธีการเลือก มะม่วง
มะม่วงแก่จัดนั้น ผิวจะเหลือง มองนานๆ จะเห็นสีแดง อมอยู่ เมื่อมองผ่านแสง การสะท้อนแสงต่ำ ซึ่งแตกต่างจากมะม่วงบ่มแก๊ส ที่ผิวจะเหลือง เมื่อมองนานๆจะเห็นสีเขียวแฝงอยู่ และเมื่อมองผ่านแสงจะเห็นการสะท้อนแสง
ประโยชน์ของมะม่วง
มะม่วงเป็นผลไม้ที่ทนิยมทานกันทั้งสุกและดิบ เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน มะม่วงที่นิยมทานกันแบบดิบก็ได้แก่ พันธุ์เขียวเสวยหรือฟ้าลั่น มะม่วงที่มีรสเปรี้ยวที่ทานคู่กับน้ำปลาหวานหรือจิ้มพริกเกลือ ได้แก่ มะม่วงหนังกลางวัน มะม่วงแรด มะม่วงแก้ว แต่ที่ฮอทฮิตประจำหน้าร้อนแบบนี้คงหนีไม่พ้นมะม่วงสุก อย่าง มะม่วงมหาชนก มะม่วงน้ำดอกไม้ และมะม่วงอกร่องทอง นอกจากนี้ยังมีมะม่วงอีกลายๆสายพันธ์ที่ไม่ได้กล่าวถึงอีกด้วย
สารอาหารในมะม่วง
มะม่วงไม่เพียงแต่อร่อย แต่มะม่วงนั้นยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย มีวิตามินซีสูงที่จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจน ป้องกันหวัด ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน โดยจะพบมากในมะม่วงดิบ ส่วนมะม่วงสุกจะมีเบตาเคโรทีนซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมีวิตมินอีที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันภายในร่างกายอีกด้วย มะม่วงถือเป็นผลไม้ที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูง มะม่วงดิบจะมีคาร์โบไฮเดรตที่อยู่ในรูปของแป้ง เมื่อเริ่มสุกแป้งเหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในกลุ่มของ กลูโคส ฟรักโทส และซูโคส ซึ่งดูดซึมเร็วจึงทำให้มีผลกับระดับน้ำตาลในเลือด ผู้ป่วยเบาหวานและผู้ลดน้ำหนัก จำเป็นต้องควบคุมปริมาณในการทานมะม่วงสุกให้เหมาะสม นอกจากนี้มะม่วงยังมีโพทัสเซี่ยม ที่ช่วยลดความดันโลหิต มีกากใยสูงทำให้ขับถ่ายได้สะดวก และมีเอนไซม์ในการย่อยโปรตีนที่ช่วยลดอาการแน่นท้อง ท้องเฟ้อได้
พลังงานในมะม่วงแต่ละชนิด
เมื่อเราทราบประโยชน์มากมายของมะม่วงกันแล้ว เรามาลองดูกันสิว่าวัตถุดิบอย่างมะม่วงในเเต่ละชนิดนั้นจะให้พลังงานเท่าไหร่
มะม่วงเขียวเสวย,ดิบ 100g 87kcal
มะม่วงเขียวเสวย,สุก 100g 82kcal
มะม่วงอกร่อง,สุก 100g 79kcal
มะม่วงน้ำดอกไม้,ดิบ 100g 60kcal
มะม่วงน้ำดอกไม้,สุก100g 79kcal
มะม่วงตากแห้ง 1 ชิ้น 16kcal
เรียบเรียง: lovefitt.com
Credit: ichange.com, coopthai.com, myfitnesspal.com, calorieking.com, fatsecret.com, prayod.com, th.wikipedia.org
วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
วิธีต้มข้าวโพดให้อร่อย และน่าทาน
วิธีต้มข้าวโพดให้อร่อย และน่าทาน
1.แกะเปลือกข้าวโพดและใยข้าวโพดออกให้หมด
2.ตั้งน้ำให้เดือดพอกับข้าวโพดจมน้ำ นำเกลือใส่ 1 ช้อนชา ใครชอบเค็มๆก็ใส่เพิ่มตามความเหมาะสม
3.นำข้าวโพดใส่ขณะน้ำเดือด รอประมาณ 5-8 นาที
4.ใครอยากเพิ่มความหอมให้ ชวนน่าทาน ใส่นมสดลงไปด้วย แนะนำเป็นนมเมจิ ฝาสีน้ำเงิน ก็ได้ หาซื้อได้ใน 7-11
วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
วิธีการพับผ้าปูที่นอน ไม้ให้มีรอยยับ
วิธีการพับผ้าปูที่นอน ไม้ให้มีรอยยับ
สำหรับใครที่มีปัญหา การพับผ้าปูที่นอนแบบรัดมุม พับยากและเก็บเข้าตู้ก็ไม่สวยงาม เกะกะไม่เรียบร้อย วันนี้เรามี วิธีพับผ้าปูที่นอนแบบรัดมุม แบบง่าย ๆ มาฝากกัน ไปชม วิธีพับผ้าปูที่นอน กันได้เลยครับ (ที่มา : www.youtube.com โพสต์โดย : Madame trainee)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











